วิธี ปลดหนี้ 5 ข้อนี้คนเงิ นเดือนน้อยทำได้ ชีวิตค่อยๆ ดีขึ้น

วิธี ปลดหนี้ 5 ข้อนี้คนเงิ นเดือนน้อยทำได้ ชีวิตค่อยๆ ดีขึ้น บทความนี้เพื่อใช้เป็นแรงผลักดันในการแก้ปัญหา ให้คุณหลุดจากสภาวะล้มเหลวทางการเงิน และมีเวลาเตรียมตัวสะสมเงิน ไว้ใช้จ่ายในวัยเกษียณ ได้เร็วยิ่งขึ้นวิธีบริหารเงิน สำหรับผู้ประสบสภาวะล้มเหลวทางการเงิน 1 ลดรายจ่าย ก่อนอื่นคุณปรับพฤติก ร ร ม ของตนเองลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น ค่ากาแฟราคาสูงตามร้านหรู ๆ หรือเปลี่ยนนิสัยในการบริโภค ที่จากเดิมเคยแวะทานอาหารตามร้านในห้างสรรพสินค้าเกือบทุกวันลองเปลี่ยนมาทำกับข้าวง่าย ๆ ทานเอง หรือแวะทานร้านตามสั่งธรรมดา ที่ศูนย์อาหารบริเวณออฟฟิศบ้างก็ได้ หากเทียบกันระหว่างอาหารราคาค่อนข้างสูงตามร้านต่าง ๆ กับอาหารราคาปกติ ในหลาย ๆ เมนูอาหารราคาแพงอาจไม่มีคุณค่าทางสารอาหารเท่ากับราคาปกติเลยด้วยซ้ำ บางเมนูถือเป็นอาหารประเภทจังค์ฟู้ด ที่ทานเพื่อเพิ่มส า ร พิ ษ และไขมัน ในร่ า งกายมากกว่าที่จะเพิ่มคุณค่า เปรียบเสมือนคุณจ่ายเงินในราคาที่สูงกว่า เพื่อซื้อสารพิษเข้ามาบั่นทอนร่างกายตัวเอง ดังนั้น ค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองในส่วนนี้ คุณสามารถควบคุมได้ไม่ยากเลย ลดค่านิยมผิ ดๆ ลง แล้วหันมาใช้ชีวิตอย่างสมถะ ไม่ต้องเลิศหรูตามสังคม ล ว ง ต า ในปัจจุบัน แล้วคุณจะกลายเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ในด้านการเงินได้อย่างไม่น่าเชื่ อ 2 วางแผนการเงินให้ถูกหลัก อย่าลืมว่าตอนนี้สภาวะทางการเงินของคุณกำลังข า ด สภาพคล่องไม่ปกติอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นทันทีที่เงินเดือนประจำถูกโอนเข้าบัญชี คุณไม่ควรกดออกมาใช้จ่าย โดยไม่มีการวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบเพราะวิธีการเงินแบบไร้จุดมุ่งหมายอาจสร้างภาระหนี้สินเพิ่มให้คุณอีก โดยไม่รู้ตัว ก่อนอื่นคุณต้องแบ่งเงินออกเป็นสามส่วน ตามประเภทค่าใช้จ่าย ดังต่อไปนี้ 2.1 วางแผนค่าใช้จ่ายประจำ หมายถึงค่าใช้จ่ายประจำ ที่ไม่มีความผันแปร มียอดชำระคงที่ตลอดในจำนวนเงินเดิม ๆ เช่น ค่าชำระหนี้บัตรเครดิต ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถหรือค่าเช่าบ้านเป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ควรถูกแยกออกเป็นอันดับแรก และชำระคืนให้ตรงเวลา เพื่อรักษาเครดิต 2.2 วางแผนค่าใช้จ่ายผันแปร คือค่าใช้จ่ายประจำที่ไม่มีความคงที่ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเช่น ค่าพาหนะ ค่าน้ำมันรถ ค่าอาหาร ค่าสื่อสาร เป็นต้น คุณควรแบ่งรายจ่ายเหล่านี้โดยวัดตามจำนวนเงินที่เคยใช้ไปเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา อย่าลืมบวกเพิ่มเข้าไปอีกนิดหน่อย เพราะค่าใช้จ่ายประเภทนี้ อาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในบางช่วงเวลา อย่าลืมควบคุมค่าใช้จ่าย ในส่วนที่ไม่จำเป็นด้วย เช่น ปกติแล้ว คุณมักจะตื่นสาย จนต้องใช้บริการรถแท็กซี่เป็นประจำ คุณก็ควรตื่นให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เพื่อลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ 2.3 วางแผนค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หรือค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างไร้สาระ และทำให้สิ้นเปลืองเงินทองโดยเปล่าประโยชน์ เช่น ค่าเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า หรือสินค้าแบรนด์ ราคาแพงทุกชนิด ทั้งหมดนี้ถือเป็นค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองที่ควรควบคุม และตัดออกหากไม่จำเป็น บุคลิกที่ดีไม่ได้หมายความว่า ต้องใช้สินค้าราคาแพงเสมอไป เพราะสินค้าบางอย่างอาจแพงเพราะค่าดีไซน์ และค่าโฆษณาเท่านั้น 3 ฝึกนิสัยออมเงิน เท่าที่จะทำได้ คุณอาจใช้วิธีดั้งเดิม เช่น การเก็บเศษเหรียญหรือธนบัตรย่อยสะสมไว้ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินยามสิ้นเดือน หรือเก็บเข้าธนาคารสะสมไว้ ได้ทีละเล็กทีละน้อย และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามกำลังความสามารถของคุณ คุณคงเคยได้ยินเรื่องของคนเก็บขยะคนหนึ่ง ที่เก็บเงินฝากธนาคารวันละ 20 บาท ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี เขาก็มีเงินเก็บถึง 3 แสนบาท โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว ดังนั้น ต่อให้คุณเริ่มเก็บเงินในจำนวนแค่น้อยนิด ก็ยังดีกว่าไม่เริ่มเก็บเลย ไม่ใช่หรือ 4 เพิ่มรายได้หลายทาง ค้นหาความถนัด หรือความสามารถพิเศษของคุณให้เจอ แล้วใช้มันเพื่อหารายได้พิเศษนอกเหนือจากเงินเดือน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย หรือปิดยอดหนี้สินที่คงค้างได้ด้วยหากคุณมีความสามารถในด้านภาษา คุณสามารถเปิดสอนภาษาที่บ้านในวันหยุดได้ โดยเก็บค่าเรียนในอัตราที่เหมาะสม หรือหากคุณมีความสามารถในด้านการเขียนโปรแกรม ตัดต่อ สื่อสิ่งพิมพ์โฆษณา คุณก็เปิดเว็ปไซต์รับงานพิเศษเหล่านี้ได้ 5 ใช้บริการรีไฟแนนซ์ ของสถาบันการเงินต่าง ๆ ปัจจุบันทุกสถาบันการเงินมีบริการ รับรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตวงเงินส่วนบุคคล โดยวิธีนี้จะช่วยลดภาระการชำระหนี้ต่อเดือนของคุณให้ลดลง แต่ยืดระยะเวลาให้ยาวขึ้น โดยการรวมยอดหนี้ทั้งหมดทุกบริษัท เข้าเป็นยอดชำระเดียว ตัวอย่าง เช่น ปัจจุบัน คุณมีหนี้บัตรเครดิตทั้งหมด 3 ใบ ยอดรวมทั้งหมด 3 แสนบาท ตกภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือน ถึง 12,000 บาทเป็นขั้นต่ำ กินยอดเงินเดือนเข้าไปกว่า 80% แล้วคุณแค่เลือกธนาคาร ที่รับรีไฟแนนซ์ให้วงเงินเต็ม 100%เพราะแต่ละธนาคาร มีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน อาจรับรีไฟแนนซ์เพียงครึ่งหนึ่งของวงเงินเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ การรีไฟแนนซ์ของคุณ ก็ถือว่าไม่มีประโยชน์อะไร เพราะภาระนั้นยังคงอยู่ทันทีที่อนุมัติ ทางธนาคารจะจัดการชำระหนี้แทนคุณทั้งหมด แล้วนำยอดหนี้ทั้งหมด โอนเข้าสถาบันการเงินนั้น ๆ เป็นยอดเดียว ทำการตกลงเรื่องระยะเวลาผ่อนจ่ายคืนกับคุณ ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ 36 เดือน ขึ้นไป แล้วแต่ความสามารถของตัวคุณเอง เมื่อถึงเวลานี้ วงเงินในบัตรเครดิตของคุณจะเต็มทุกใบดังเดิม คุณต้องมีความยับยั้งชั่งใจที่จะไม่ก่อหนี้เพิ่มอีก ถ้าไม่มีความจำเป็น สุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ ท่านที่ได้นำไปปฏิบัติในช่วงเวลาที่ยากลำบากของให้ทุกท่านผ่านพ้น ไปด้วยดีนะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *