แรงงานพม่าหอบลูกหางานทำ

วันที่ 17 มี.ค. 64 พ.อ.สิทธิพร จุลปานะ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ พ.อ.เฉลิมพล สังข์ต้อง รองผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ รับแจ้งว่า พบกลุ่มบุคคลหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หลบซ่อนตัว บริเวนป่าท้องที่บ้านซองกาเรีย หมู่8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี เพื่อรอการเคลื่อนย้ายไปทำงานบริเวณพื้นที่จังหวัดชั้นใน แต่ไม่ทราบพิกัดที่แน่ชัด จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารหมวดลาดตระเวนที่3 จัดชุดลาดตระเวน สนธิกำลังร่วมกับ ชุดปฏิบัติการข่าวกองกำลังสุรสีห์ ออกตรวจสอบ พบว่ามีแรงงานชาวเมียนมามีทั้งชายและหญิงรวมทั้งเด็ก นั่งหลบซ่อนตัวอยู่ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม จากการตรวจสอบพบว่ามีจำนวนทั้งหมด 16 คน เป็นชาย 8 คน หญิง 6 คน เด็กหญิง อายุ 13 ขวบ 1 คน และเด็กชาย อายุ 9 ขวบ 1 คน และบริเวณใกล้เคียงกันพบว่ามีวัยรุ่นนั่งเฝ้าอยู่ปากซอยลาซาล อีก 1 คน จึงเค้นถามพบว่าเป็นคนดูต้นทางเพื่อแจ้งให้รถมารับ หลังจากคณะเจ้าหน้าที่จับกุมตัวแรงงานทั้งหมดเอาไว้ได้ จึงตรวจวัดอาการไข้เพื่อป้องกัน พบทั้งหมดมีอุณหภูมิไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส แต่เพื่อความไม่ประมาทจึงนำตัวทั้งหมดไปตรวจ ที่ รพ.สังขละบุรี ก่อนจะส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสอบถามถามทราบว่า กลุ่มแรงงานชาวเมียนมาติดต่อนายหน้าไม่รู้ชื่อ อาศัยอยู่ฝั่งประเทศเมียนมาผ่านทางโทรศัพท์มือถือ จากนั้นได้มารวมตัวกันที่กิ่งอำเภอพญาตองซูตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา ต่อมาเวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 16 มี.ค. มีกลุ่มนายหน้าชาวเมียนมาจำนวน 3 คน มาพบแล้วนำพาพวกตนเดินลัดเลาะไปตามชายป่าเพื่อข้ามมายังฝั่งไทย โดยการใช้เส้นทางธรรมชาติ เส้นทางรถไฟสายเก่าข้างวัดพิมละม่อม จากนั้นใช้เส้นทางตามหุบเขาแล้วเดินเท้าข้ามลำห้วยซองกาเรีย กระทั่งเวลา 19.00 น. ก็มาถึงจุดที่หลบซ่อนตัว จากนั้นนายหน้าผู้นำพาได้เดินทางกลับพร้อมกับแจ้งว่า จะมีคนนำรถยนต์มารับเพื่อไปทำงาน ตามพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ของประเทศไทย แต่พวกตนไม่ทราบว่าจะไปทำงานอะไรและที่จังหวัดไหน เมื่อไปถึงจุดหมายจะต้องจ่ายเงินค่านายหน้าให้กับผู้นำพาคนละ 15,000 บาท แต่มีแรงงาน จำนวน 2 คน ได้จ่ายเงินค่าหัวให้กับนายหน้าชาวเมียนมาไปแล้ว แต่สุดท้ายก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้เสียก่อน จากการสอบถามนายโชคชัย (ไม่มีนามสกุล) สัญชาติเมียนมา อายุ 18 ปี เป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนเป็นคนเฝ้าต้นทาง ให้การว่า ก่อนหน้านี้ นายบู เพื่อนที่เป็นชาวเมียนมาด้วยกัน แจ้งว่าจะมีรถยนต์มารับของแห้งบริเวณดังกล่าว และขอให้ตนมาเป็นคนเฝ้าต้นทางให้ พร้อมทั้งบอกว่าหากพบทหารผ่านมาก็ขอให้รีบโทรศัพท์ไปแจ้งให้ทราบ โดยที่ตนไม่รู้มาก่อนว่านายบู ให้ตนมาเฝ้าต้นทางให้กับกลุ่มแรงงานที่หลบหนีเข้ามา โดยช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 16 มี.ค.นายบู ขี่รถจักรยานยนต์มาส่งตนที่ปากซอยโรงเรียนลาซาน ระหว่างนั่งเฝ้าต้นทางอยู่นั้นตนพบเจ้าหน้าที่ทหารผ่านมา จึงรีบโทรศัพท์ไปแจ้งให้นายบู ทราบ ตามที่ได้สั่งเอาไว้ แต่ปรากฏว่านายบู ไม่รับสายโทรศัพท์ เมื่อโทรหาอีกครั้งปรากฏว่านายบูปิดเครื่องและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ที่มา khaosod

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *